หมวดว่าด้วยมารยาทอิสลาม

คำตอบ :
1. ให้ความยิ่งใหญ่ต่ออัลลอฮ์ สุบฮานะฮุวะตะอาลา อัลลอฮ์ ตะอาลา ทรงตรัสว่า: ความว่า "และพวกเขามิได้ให้ความยิ่งใหญ่แด่อัลลอฮ์อันพึงมีต่อพระองค์อย่างแท้จริง และแผ่นดินนี้ทั้งหมดเป็นเพียงกำพระหัตถ์หนึ่งของพระองค์ในวันกิยามะฮ์ และชั้นฟ้าทั้งหลายจะม้วนกลิ้งด้วยพระหัตถ์ขวาของพระองค์ มหาบริสุทธิ์ยิ่งแด่พระองค์ และพระองค์ทรงสูงส่งเหนือจากสิ่งที่พวกเขาตั้งภาคี" [อัซซุมัร : 67]
2. เคารพภักดีต่ออัลลอฮ์แต่เพียงผู้เดียว โดยไม่มีภาคีหุ้นส่วนอันใด อัลลอฮ์ ตะอาลา ตรัสว่า: ความว่า "และพวกเขามิได้ถูกบัญชาให้กระทำอื่นใดนอกจากเพื่อเคารพภักดีต่ออัลลอฮ์ เป็นผู้มีเจตนาบริสุทธิ์ในการภักดีต่อพระองค์" [อัลบัยยินะฮ์ : 5]
3. เชื่อฟังปฏิบัติต่อพระองค์ อัลลอฮ์ ตะอาลา ทรงตรัสว่า : ความว่า "โอ้บรรดาผู้ศรัทธาเอ๋ย จงเชื่อฟังปฏิบัติตามอัลลอฮ์และจงเชื่อฟังปฏิบัติตามเราะซูลคนนี้เถิด" (มุฮัมมัด : 33)
4. ไม่ฝ่าฝืนต่อพระองค์ อัลลอฮ์ ตะอาลา ตรัสว่า: ความว่า "และผู้ใดฝ่าฝืนอัลลอฮ์ และเราะซูลของพระองค์ และละเมิดขอบเขตของพระองค์แล้วไซร้ พระองค์ก็จะทรงให้เขาเข้านรก โดยที่เขาจะอยู่ในนรกนั้นตลอดกาล และเขาจะได้รับการลงโทษที่ยังความอัปยศให้ (แก่เขา)" [อัน-นิสาอ์ : 14]
5. ขอบคุณและสรรเสริญในความเมตตาและความโปรดปรานของพระองค์ซึ่งมากมายเกินที่จะนับได้ อัลลอฮ์ ตะอาลา ทรงตรัสว่า : ความว่า "พวกเจ้าจงขอบคุณต่อความโปรดปรานของอัลลอฮ์ หากพวกเจ้าเคารพภักดีเฉพาะพระองค์เท่านั้น" [อันนะห์ลุ: 114]
6. อดทนต่อการกำหนดของพระองค์ อัลลอฮ์ ตะอาลา ตรัสว่า: ความว่า "และจงอดทนเถิด แท้จริงอัลลอฮ์นั้นทรงอยู่กับผู้ที่อดทนทั้งหลาย" [อัลอันฟาล : 46]

คำตอบ :
1. ปฏิบัติตามจริยาวัตรของท่าน อัลลอฮ์ ตะอาลา ทรงตรัสว่า : ความว่า "โดยแน่นอน ในเราะซูลของอัลลอฮ์มีแบบฉบับอันดีงามสำหรับพวกเจ้าแล้ว สำหรับผู้ที่หวัง (จะพบ) อัลลอฮ์และวันปรโลกและรำลึกถึงอัลลอฮ์อย่างมาก" (อัลอะห์ซาบ : 21)
2. เชื่อฟังต่อท่าน
3. ไม่ฝ่าฝืนต่อท่าน อัลลอฮ์ ตะอาลา ทรงตรัสว่า : ความว่า "ผู้ใดเชื่อฟังเราะซูล แน่นอนเขาก็เชื่อฟังอัลลอฮ์แล้ว และผู้ใดผินหลังให้ เราก็หาได้ส่งเจ้าไปในฐานะเป็นผู้ควบคุมพวกเขาไม่" [อัน-นิสาอ์ : 80]
4. เชื่อในสิ่งที่ท่านบอกกล่าว อัลลอฮ์ ตะอาลา ทรงตรัสว่า : ความว่า "และเขามิได้พูดตามอารมณ์ 3 สิ่ง(ที่เขาพูด)นั้น ใช่อื่นใดนอกจากเป็นวะฮีย์ที่ถูกประทานลงมา" [อัน-นัจญ์มิ: 3-4]
5. ไม่ทำอุตริกรรมหรือเพิ่มเติมในจริยาวัตรของท่าน ท่านนบีมุฮัมมัด อลัยฮิศเศาะลาตุวัสสลาม ได้กล่าวว่า: "ผู้ใดอุตริกิจขึ้นในเรื่องศาสนาของเรานี้ ดังนั้น สิ่งที่อุตริขึ้นมานั้นย่อมถูกปฏิเสธ" รายงานโดย อัล-บุคอรีย์และมุสลิม
6. รักใคร่ต่อท่านมากกว่าชีวิตของตนเองและมนุษย์ทั้งหมด ท่านนบีมุฮัมมัด อลัยฮิศเศาะลาตุวัสสลาม ได้กล่าวว่า: "คนหนึ่งคนใดในหมู่พวกเจ้าจะยังไม่เป็นบุคคลที่มีการศรัทธาที่สมบูรณ์ จนกว่าฉันจะเป็นที่รักยิ่งสำหรับเขา มากกว่าบิดาของเขา ลูกของเขา และมนุษย์ทั้งหมด" รายงานโดย อัลบุคอรีย์และมุสลิม
7. ให้เกียรติท่าน ให้การช่วยเหลือต่อท่าน และให้การสนับสนุนต่อจริยาวัตรของท่าน ดังที่อัลลอฮ ตะอาลา ตรัสว่า: ความว่า "เพื่อให้พวกเจ้าศรัทธาต่ออัลลอฮ์ และเราะซูลของพระองค์ และให้ความช่วยเหลือเขา (เราะซูล) และให้เกียรติเขา" (อัล-ฟัตห์ : 9)

คำตอบ :
1. เชื่อฟังปฏิบัติตามบิดา-มารดาในสิ่งที่ไม่ฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติ
2. ปรนนิบัติต่อบิดา-มารดาอย่างดี
3. ให้การช่วยเหลือต่อบิดา-มารดา
4. ปลดเปลื้องความทุกข์ยากของบิดา-มารดา
5. ขอพร (ดุอาอ์) ให้แก่บิดา-มารดา
6. มีมารยาทในด้านคำพูดต่อท่านทั้งสอง ไม่อนุญาตให้พูดคำว่า “เฮ้ย” ซึ่งเป็นคำพูดต้องห้ามที่เบาที่สุด
7. มีใบหน้าที่ยิ้มแย้มเบิกบานกับบิดา-มารดา และไม่บึ้งตึง
8. ข้าพเจ้าไม่ยกเสียงของตนให้สูงกว่าเสียงของบิดามารดา ตั้งใจฟังท่านทั้งสอง ไม่ขัดจังหวะขณะท่านพูด และไม่เรียกชื่อของท่านโดยตรง แต่จะเรียกว่า(อะบีย์) “พ่อ”
และ(อุมมีย์) “แม่"
9.ข้าพเจ้าขออนุญาตก่อนเข้าหาบิดามารดาเมื่อท่านอยู่ในห้อง
10. ให้จูบมือและศีรษะของบิดา-มารดา
อัลลอฮ์ ตะอาลา ได้ตรัสไว้ว่า:
ความว่า "และพระเจ้าของเจ้าบัญชาว่า พวกเจ้าอย่าเคารพภักดีผู้ใดนอกจากพระองค์เท่านั้น และจงทำดีต่อบิดามารดา เมื่อผู้ใดในทั้งสองหรือทั้งสองบรรลุสู่วัยชราอยู่กับเจ้า ดังนั้นอย่ากล่าวแก่ทั้งสองว่า อุฟ ! และอย่าขู่เข็ญท่านทั้งสอง และจงพูดแก่ท่านทั้งสองด้วยถ้อยคำที่อ่อนโยน 23 และจงนอบน้อมแก่ท่านทั้งสอง ซึ่งการถ่อมตนเนื่องจากความเมตตา และจงกล่าวว่า ข้าแต่พระเจ้าของฉัน ทรงโปรดเมตตาแก่ท่านทั้งสองเช่นที่ทั้งสองได้เลี้ยงดูฉันเมื่อเยาว์วัย" [อัลอิสรออ์ : 23-42]
- ในหะดีษบทหนึ่ง มีชายคนหนึ่งมาหาท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม โดยขออนุญาตจากท่านเพื่อออกทำญิฮาด และท่านกล่าวว่า: “เจ้ามีพ่อแม่ไหม?”
เขาบอกว่าใช่ ท่านจึงกล่าวว่า “ต่อเขาทั้งสอง เจ้าก็จงญิฮาดเถิด” รายงานโดย อัต-ติรมิซีย์

คำตอบ :
1. เยี่ยมเยียนญาติใกล้ชิด อาทิเช่น พี่น้องชาย พี่น้องสาว คุณลุง คุณป้า น้าชาย น้าสาว และเครือญาติใกล้ชิด
2. ปฏิบัติตนที่ดีต่อพวกเขา จะด้วยคำพูดหรือการกระทำ และให้การช่วยเหลือพวกเขา
3. ติดต่อปฏิสัมพันธ์กับพวกเขา และถามไถ่สารทุกข์สุกดิบของพวกเขา
อัลลอฮ์ ตะอาลา ทรงตรัสไว้ว่า:
ความว่า "ดังนั้น หวังกันว่า หากพวกเจ้าผินหลังให้ (กับการอีหม่านแล้ว) พวกเจ้าก็จะก่อความเสียหายในแผ่นดินและตัดความสัมพันธ์ทางเครือญาติของพวกเจ้ากระนั้นหรือ?" (มุฮัมมัด : 22)
และในหะดีษ ที่ว่า: “ผู้ที่ตัดความสัมพันธ์ทางเครือญาติ เขาจะไม่ได้เข้าสวรรค์” รายงานโดย มุสลิม

คำตอบ :
1. รักใคร่และเป็นเพื่อนกับคนดี ๆ
2. ออกห่างและตัดขาดกับเพื่อนที่ไม่ดี ในหะดีษ ที่ว่า: “อย่าคบหาสมาคมกับใครนอกจากผู้ศรัทธา และอย่าให้กินอาหารของเจ้า เว้นแต่ผู้ศรัทธา” รายงานโดย อัตติรมิซีย์และอบูดาวูด
3. กล่าวสลามต่อพี่น้องและจับมือกับพวกเขา ในหะดีษ ที่ว่า: "ไม่มีมุสลิมสองคนที่พบเจอกันแล้วจับมือสลามกัน เว้นแต่พวกเขาทั้งสองจะได้รับการอภัยโทษก่อนที่ทั้งสองจะแยกจากกัน" รายงานโดย อบูดาวูดและอัต-ติรมิซีย์
4. เยี่ยมเยียนพวกเขาเมื่อพวกเขาป่วยไข้ และขอดุอาอ์ให้พวกเขาหายป่วย
5. กล่าวดุอาอ์แก่ผู้ที่จาม
6. ตอบรับการเชิญชวน เมื่อเขาเชิญชวนให้ไปเยี่ยมเยียน ในหะดีษ ที่ว่า: "หน้าที่ของมุสลิมที่พึงมีต่อมุสลิมด้วยกันนั้น 5 ประการ คือ การตอบรับสลาม การเยี่ยมเยียนเวลาเจ็บไข้ได้ป่วย การส่งศพไปยังหลุมฝังศพ การตอบรับคำเชิญ และการกล่าวดุอาอ์ให้แก่ผู้จาม" รายงานโดย อัลบุคอรีย์และมุสลิม
7. กล่าวแนะนำตักเตือนแก่เขา ในหะดีษ ที่ว่า: ผู้ใดแนะนำพี่น้องของตนด้วยสิ่งหนึ่ง ซึ่งตนรู้ว่าความถูกต้องเป็นอย่างอื่น ผู้นั้นได้ทรยศต่อเขาแล้ว" รายงานโดย อบูดาวูด
8. ให้การช่วยเหลือเมื่อเขาถูกอธรรม และยับยั้งเขามิให้อธรรม ท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้กล่าวว่า: "เจ้าจงช่วยเหลือพี่น้องของเจ้า ทั้งในสภาพที่เขาเป็นผู้อธรรมต่อผู้อื่น หรือถูกผู้อื่นอธรรมก็ตาม ชายคนหนึ่งกล่าวว่า: โอ้ท่านศาสนทูตแห่งพระผู้เป็นเจ้า ฉันจะช่วยเหลือหากเขาเป็นผู้ถูกอธรรมแต่ถ้าเขาเป็นผู้อธรรมล่ะ จะให้ฉันช่วยเขาอย่างไร? ท่านกล่าวว่า : ก็จงห้ามการอธรรมของเขา นั่นคือการช่วยเหลือเขา” รายงานโดย อัล-บุคอรีย์
9. รักที่จะให้พี่น้องมุสลิมได้รับ ในสิ่งที่ตนเองรัก จากหะดีษของท่านอนัส บิน มาลิก เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ รายงานว่า จากท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า: "ผู้ใดผู้หนึ่งในหมู่พวกเจ้าจะยังไม่ศรัทธา (โดยสมบูรณ์) จนกว่าเขาจะรักพี่น้องของเขาเสมือนกับที่เขารักตัวของเขาเอง" รายงานโดย อัลบุคอรีย์และมุสลิม
10. ให้การช่วยเหลือเขา เมื่อเขาต้องการความช่วยเหลือ ในหะดีษ ที่ว่า: "อัลลอฮ์พร้อมที่จะช่วยเหลือบ่าวของพระองค์ ตราบที่บ่าวคนนั้นยังคงอยู่ในการช่วยเหลือพี่น้องของเขา" รายงานโดย มุสลิม
11. ไม่ทำร้ายเขา ไม่ว่าจะด้วยคำพูดหรือการกระทำ ในหะดีษ ที่ว่า: "มุสลิมที่แท้จริงนั้นคือ ผู้ที่ให้ความปลอดภัยแก่มุสลิมคนอื่นจากลิ้นและมือของเขา" รายงาน โดยอัล-บุคอรีย์และมุสลิม
12. ปกปิดความลับของเขา ในหะดีษ ที่ว่า: "หากบุคคลหนึ่งกล่าวคำพูดแก่ผู้อื่นแล้วหันไปทางอื่น นั่นถือเป็นความไว้วางใจ (อามานะฮ์)" รายงานโดย อัตติรมิซีย์และอบูดาวูด
13. ไม่ด่าทอ ไม่ตำหนิ ไม่ดูถูก ไม่อิจฉา ไม่สอดแนม และไม่คดโกงเขา
ในหะดีษ ที่ว่า:
"มุสลิมด้วยกันนั้นคือพี่น้องกัน จะต้องไม่ทำร้ายกัน ไม่ทำให้เขาต้องเสียใจ ไม่โกหกหลอกลวงกัน ไม่ดูถูกเหยียดหยามกัน เป็นการเพียงพอแล้วที่จะเรียกว่า คนเลว สำหรับคนที่ดูถูกเหยียดหยามพี่น้องมุสลิมด้วยกัน" บันทึกโดย อัลบุคอรีย์และมุสลิม

คำตอบ :
1. ทำดีต่อเพื่อนบ้านด้วยคำพูดและการกระทำ ให้การช่วยเหลือ เมื่อเขาต้องการความช่วยเหลือ
2. แสดงความยินดีกับเขาเนื่องในโอกาสวันอีด วันแต่งงาน หรือในโอกาสอื่น ๆ
3. ไปเยี่ยมเมื่อเขาป่วย และปลอบใจเมื่อเขาถูกทดสอบ
4. แบ่งปันอาหารที่ปรุงให้ตามกำลังความสามารถ
5. ไม่นำความเดือดร้อนไปยังเขา ไม่ว่าจะด้วยคำพูดหรือการกระทำ
6. ไม่รบกวนเขา โดยการส่งเสียงดังหรือสอดแนม และอดทนในสิ่งที่เกิดจากเขา
อัลลอฮ์ ตะอาลา ทรงตรัสไว้ว่า:
ความว่า "และจงเคารพสักการะอัลลอฮ์เถิด และอย่าให้มีสิ่งหนึ่งสิ่งใดเป็นภาคีกับพระองค์ และจงทำดีต่อผู้บังเกิดเกล้าทั้งสองและต่อผู้เป็นญาติที่ใกล้ชิด และเด็กกำพร้าและผู้ขัดสน และเพื่อนบ้านใกล้เคียงและเพื่อนบ้านที่ห่างไกล และเพื่อนที่เคียงข้าง และผู้เดินทาง และผู้ที่มือขวาของพวกเจ้าครอบครอง แท้จริงอัลลอฮ์ไม่ทรงชอบผู้ยะโส ผู้โอ้อวด" [อัน-นิสาอ์ : 36]
และท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า: "โอ้ อบูซัร เอ๋ย เมื่อเจ้าทำแกง เจ้าก็จงทำให้น้ำแกงของมันให้มากขึ้น และจงแจกจ่ายมันให้แก่เพื่อนบ้านของเจ้าด้วยเถิด" รายงานโดย มุสลิม
ในหะดีษ จากท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ที่ว่า: "ผู้ใดที่ศรัทธาในพระเจ้าและวันสุดท้าย อย่าได้ทำร้ายเพื่อนบ้านของเขา" รายงานโดย อัลบุคอรีย์และมุสลิม

คำตอบ :
1. ตอบรับคำเชิญ เมื่อได้รับเชิญให้เป็นแขก (ของผู้เชิญ)
2. เมื่อต้องการจะเยี่ยมเยียนใคร ต้องขออนุญาตและนัดล่วงหน้า
3. ขออนุญาตก่อนที่จะเข้าพบ
4. ไม่เยี่ยมเป็นเวลานาน
5. ลดสายตาจากการมองสมาชิกในครอบครัว
6. ฉันต้อนรับแขกและให้การต้อนรับอย่างดีที่สุด ด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้มแจ่มใส และถ้อยคำต้อนรับที่ไพเราะที่สุด
7. ฉันให้แขกพักในสถานที่ที่ดีที่สุด
8. ฉันให้เกียรติแขกโดยการต้อนรับด้วยอาหารและเครื่องดื่ม
อัลลอฮ์ ตะอาลา ทรงตรัสไว้ว่า:
ความว่า "โอ้บรรดาผู้ศรัทธาเอ๋ย พวกเจ้าอย่าเข้าไปในบ้านใดอื่นจากบ้านของพวกเจ้าจนกว่าจะขออนุญาตและให้สลามแก่เจ้าของบ้านเสียก่อน เช่นนั้นเแหละเป็นการดีสำหรับพวกเจ้า หวังว่าพวกเจ้าจะได้ใคร่ครวญ" [อันนูร : 27]
ในหะดีษ ที่ว่า: “แท้จริงอัลลอฮ์ทรงกำหนดให้มีการขออนุญาตก็เพื่อการรักษาสายตา” รายงานโดย อัลบุคอรีย์และมุสลิม
และคำกล่าวของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ที่ว่า: "ผู้ใดที่ศรัทธาในอัลลอฮ์และวันปรโลก ดังนั้นจงให้เกียรติแขกของเขา" รายงานโดย อัลบุคอรีย์และมุสลิม

คำตอบ :
1. เมื่อฉันรู้สึกเจ็บปวด ฉันก็วางมือขวาลงบนที่เจ็บ และฉันกล่าวว่า “บิสมิลลาฮ์” จำนวน 3 ครั้ง แล้วกล่าวว่า
أَعُوْذُ بِاللهِ وَقُدْرَتِهِ مِنْ شَرِّ مَا أَجِدُ وَأُحَاذِرُ
คำอ่าน “อะอูซุ บิอิซซะติลลาฮิ วะกุดเราะติฮิ มินชัรริ มาอะญิดุ วะอุหาซิรุ”
คำแปล "ฉันขอความคุ้มครองด้วยพระนามของอัลลอฮ์ และด้วยเดชานุภาพของพระองค์ ให้พ้นจากความเลวร้ายของสิ่งที่ฉันรู้สึกและเกรงกลัว” อ่านจำนวน 7 ครั้ง
2. ฉันยอมรับและอดทนต่อการกำหนดของอัลลอฮ์ ในหะดีษ จากอุมมุลอะลาอ์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮา กล่าวว่า ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้มาเยี่ยมฉันในวันที่ฉันป่วย และกล่าวว่า: "ข่าวดี โอ้ อุมมุอะลาอ์ เมื่อมุสลิมล้มป่วย พระเจ้าจะทรงขจัดบาปของเขา เช่นเดียวกับไฟที่ขจัดสิ่งสกปรกออกจากทองคำและเงิน" รายงานโดย อบูดาวูด
3.ฉันรีบที่จะไปเยี่ยมพี่น้องที่ป่วย ฉันขอดุอาอ์ให้เขาหายป่วย และฉันไม่เยี่ยมเป็นเวลานาน
4. ฉันปัดเป่าให้เขา โดยที่เขาไม่ได้ร้องขอ
5. ฉันสั่งเสียให้เขาอดทน ดุอาอ์ รักษาละหมาด และรักษาความสะอาดตามที่สามารถทำได้
6. ดุอาอ์สำหรับเยี่ยมคนป่วย: คำอ่าน “อัสอะลุลฮัลอะซีม ร็อบบัลอัรชิลอะซีม อัยยัชฟิยะกา”
ความหมาย “ฉันขอต่ออัลลอฮ์ผู้ทรงยิ่งใหญ่ ผู้เป็นเจ้าของบังลังก์อันยิ่งใหญ่ ให้ทรงรักษาท่านด้วยเถิด” อ่านจำนวน 7 ครั้ง

คำตอบ :
1. มีเจตนาที่บริสุทธิ์ใจเพื่ออัลลอฮ์ ตะอาลา ในหะดีษ ที่ว่า: “ผู้ใดแสวงหาความรู้เพื่ออวดแก่นักวิชาการ แข่งขันกับคนโง่ และต้องการให้ผู้คนหันหน้าเข้ามาหาเขา พระเจ้าจะเอาเขาลงนรก” รายงานโดย อิบนุมาญะฮ์
2. ฉันปฏิบัติตามความรู้ที่ฉันได้เรียนรู้มา ในหะดีษ ที่ว่า: "เท้าของบ่าวจะไม่ขยับในวันกิยามะฮ์จนกว่าจะถูกสอบถามถึงสี่ประการ — และในนั้นกล่าวไว้ว่า — และเกี่ยวกับความรู้ของเขา ว่าได้นำไปปฏิบัติอย่างไร" รายงานโดย อัต-ติรมีซีย์และอัดดาริมีย์
3. ฉันให้เกียรติต่อคุณครูผู้สอน และฉันให้ความเคารพทั้งต่อหน้าและลับหลัง
4. ฉันนั่งต่อหน้าคุณครูด้วยมารยาทที่นอบน้อม
5. ฉันนั่งอย่างสงบนิ่ง และฉันไม่พูดแทรกขณะที่คุณครูสอน
6. ฉันถามคุณครูอย่างมีมารยาท
7. ฉันไม่เรียกคุณครูด้วยกับชื่อของท่าน
ในหะดีษ ที่ว่า:
"แท้จริงหนึ่งในการเทิดทูนอัลลอฮ์นั้นก็คือ การให้เกียรติกับผู้สูงอายุมุสลิม และผู้ที่ท่องจำ(มีความรู้ใน)อัลกุรอาน" รายงานโดย อบูดาวูด

คำตอบ :
1. ฉันกล่าวสลามต่อสมาชิกในที่ประชุม
2. ฉันนั่งตรงที่ที่การประชุมสิ้นสุดลงสำหรับฉัน โดยไม่ให้ใครลุกจากที่นั่งของเขา และไม่ได้นั่งแทรกระหว่างสองคน เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากพวกเขา
3. ฉันขยับขยายที่นั่ง เพื่อให้คนอื่นได้นั่งด้วย
4. ฉันไม่พูดขัดจังหวะในที่ประชุม
5. ฉันขออนุญาตและกล่าวสลามก่อนที่จะแยกย้ายออกจากที่ประชุม
จากท่านอิบนุอุมัร เราะฎิยัลลอฮุอันฮุมา ได้กล่าวว่า:
จากท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม นั้น: "ท่านทรงห้ามชายคนหนึ่งลุกจากที่นั่งของตนโดยให้อีกคนหนึ่งนั่งแทน แต่ว่าจงให้มีที่ว่างและขยายออก" รายงานโดย อัล-บุคอรีย์
ในหะดีษ ที่ว่า:
"ถ้าหนึ่งในพวกเจ้ามาถึงที่ประชุมก็ให้เขากล่าวสลาม และถ้าเขาอยากจะลุกขึ้น (ออกไป) ก็ให้เขากล่าวสลาม เพราะแท้จริงการกล่าวสลามครั้งแรกไม่ได้มีสิทธิ์มากไปกว่าครั้งสุดท้าย" รายงานโดย อัตติรมิซีย์และอบูดาวูด
6. เมื่อเสร็จสิ้นจากการประชุม ฉันกล่าวดุอาอ์กัฟฟาเราะฮ์ว่า: سبحانك اللهم وبحمدك ، أشهد أن لا إله إلا أنت ، أستغفرك وأتوب إليك
คำอ่าน “สุบหานะกัลลอฮุมมะ วะบิหัมดิกะ อัชฮะดุ อันลาอิลาฮะ อิลลาอันตะ อัสตัฆฟิรุกะ วะอะตูบุ อิลัยกะ”
ความหมาย “มหาบริสุทธิ์ยิ่งแด่เอกองค์อัลลอฮ์ พระผู้อภิบาลแห่งเรา และด้วยการสรรเสริญแด่พระองค์ ข้าขอปฏิญาณว่า ไม่มีพระเจ้าอื่นใดที่ต้องเคารพภักดีนอกจากพระองค์ และข้าขออภัยโทษและกลับตัวต่อพระองค์”

1. ฉันนอนแต่เนิ่น ๆ เพราะมีหะดีษ ที่ว่า: "จากอบู บัรซะฮ์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ แน่แท้แล้วท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ไม่ชอบนอนก่อนละหมาดอิชาอ์และการพูดคุยหลังจากนั้น" รายงาน โดยอัลบุคอรีย์
2. นอนโดยมีน้ำละหมาด
3. ฉันไม่นอนคว่ำ
4. ฉันนอนตะแคงขวา และวางมือใต้แก้มข้างขวา
5. ฉันปัดกวาดที่นอนของฉัน
ในหะดีษ ที่ว่า:
จากอัลบะรออ์ บิน อาซิบ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ กล่าวว่า: ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า: "เมื่อเจ้ามาถึงที่นอนของเจ้า ก็จงอาบน้ำละหมาดเช่นเดียวกับการอาบน้ำละหมาดสำหรับละหมาด แล้วจงนอนตะแคงขวา" รายงานโดย อัล-บุคอรีย์
จากอบูฮูรัยเราะห์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ กล่าวว่า:
ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม เห็นชายคนหนึ่งนอนอยู่บนท้องของเขา (นอนคว่ำ) ท่านเลยกล่าวว่า: "แท้จริง นี่คือท่านอนที่พระเจ้าไม่ทรงชอบ" รายงานโดย อัตติรมิซีย์และอะห์มัด
และท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้กล่าวว่า: "เมื่อคนหนึ่งในพวกท่านจะเข้านอน ก็จงปัดที่นอนของเขาด้วยชายผ้าของเขา เพราะแท้จริงเขาไม่รู้ว่ามีอะไรอยู่บนที่นอนนั้น" รายงานโดย อัล-บุคอรีย์
6. ฉันอ่านอัซการก่อนนอน อายะฮ์กุรซีย์ ซูเราะฮ์อัลอิคลาศ ซูเราะฮ์อัลฟะลัค ซูเราะฮ์อันนาส จำนวน 3 ครั้ง และกล่าวว่า: بِاسْـمِكَ اللَّهُـمَّ أَمـُوْتُ وَأَحْـيَا
คำอ่าน “บิสมิกัลลอฮุมมะ อะมูตุ วะอะห์ยา”
ความหมาย “ด้วยพระนามของพระองค์ โอ้อัลลอฮ์ ที่ฉันจะตายและที่ฉันจะมีชีวิตอยู่”
7. ฉันลุกขึ้นละหมาดศุบฮิ
8. ฉันฉันจะกล่าวหลังจากตื่นนอนว่า: الحَمْدُ للهِ الَّذِيْ أَحْيَانَا بَعْدَمَا أَمَاتَنَا وَإِلَيْهِ النُّشُوْرُ
คำอ่าน “อัลฮัมดุลิลลาฮิลละซี อะห์ยานา บะดะมา อะมาตะนา วะอิลัยฮินนุชูร”
ความหมาย “การสรรเสริญทั้งมวลเป็นกรรมสิทธิ์ของอัลลอฮ์ ผู้ทรงให้เรามีชีวิตอยู่หลังจากที่พระองค์ทรงให้เราได้นอนหลับไปแล้ว และการมีชีวิตใหม่นั้นย่อมกลับไปหาพระองค์”

คำตอบ :
1. ฉันตั้งเจตนากินและดื่ม เพื่อให้มีพละกำลังในการปฏิบัติตามคำสั่งของอัลลอฮ์
2. ล้างมือทั้งสองข้างก่อนรับประทานอาหาร
ตามหะดีษของท่านหญิง อาอิชะฮ์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮา กล่าวว่า:
แท้จริง ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม: “เมื่อท่านนบีอยากจะกินและดื่ม ท่านจะล้างมือแล้วจึงทำการกินและดื่ม” รายงานโดย อะห์มัด
3. ฉันกล่าว “บิสมิลลาฮ์” รับประทานด้วยมือขวา รับประทานสิ่งที่อยู่ต่อหน้า ไม่รับประทานจากส่วนตรงกลาง หรืออาหารที่อยู่ตรงหน้าคนอื่น
เพราะมีหะดีษ ที่ว่า: “โอ้เด็กน้อย จงกล่าวบิสมิลลาฮ์ และกินด้วยมือขวา และกินอาหารที่อยู่ตรงหน้าเจ้า” รายงานโดย อัลบุคอรีย์และมุสลิม
4. เมื่อลืมกล่าว “บิสมิลลาฮ์” ให้กล่าวว่า
بِسْمِ اللهِ أَوَّلَهُ وَآخِرَهُ
คำอ่าน “บิสมิลลาฮ์ เอาวะลาฮุ วะอาคิรอฮุ”
ความหมาย “ด้วยพระนามของอัลลอฮ์ ทั้งเริ่มแรกและสุดท้ายล้วนเป็นของพระองค์”
ตามหะดีษของท่านหญิง อาอิชะฮ์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮา กล่าวว่า ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า: "เมื่อคนใดคนหนึ่งในหมู่พวกท่านได้รับประทานอาหารก็จงกล่าวด้วยพระนามของอัลลอฮ์(บิสมิลละฮ์) และถ้าหากว่าเขาลืมกล่าวก่อนทาน แล้วเขานึกขึ้นได้ก็จงกล่าวว่า ด้วยพระนามของอัลลอฮ์ทั้งในตอนเริ่มและตอนสุดท้าย(บิสมิลละฮ์ ฟิเอาวะลิฮี วะอาคิริฮิ)" รายงานโดย อัตติรมิซีย์และอะห์มัด
5. ฉันพอใจในอาหารที่มีอยู่ ไม่ตำหนิอาหาร หากชอบฉันก็รับประทาน หากฉันไม่ชอบก็ปล่อยผ่าน
หะดีษจากท่านอบูฮุรัยเราะฮ์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ ได้กล่าวว่า:
"ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ไม่เคยตำหนิอาหารเลย หากท่านต้องการก็จะรับประทาน และหากไม่ต้องการก็จะละเว้น" รายงานโดย อัลบุคอรีย์และมุสลิม
6. ฉันรับประทานเพียงไม่กี่คำ ฉันจะไม่รับประทานมาก
ในหะดีษ ที่ว่า:
"มนุษย์ไม่ได้เติมสิ่งใดให้เต็มภาชนะที่เลวร้ายไปกว่าท้องของตน เพียงพอแล้วสำหรับมนุษย์ด้วยคำสองสามคำที่ช่วยพยุงร่างกายของเขา แต่หากเขาจำเป็นต้องกินมากกว่านั้น ก็ให้แบ่งเป็นหนึ่งส่วนสำหรับอาหาร หนึ่งส่วนสำหรับเครื่องดื่ม และอีกหนึ่งส่วนสำหรับลมหายใจ" บันทึกโดย อัตติรมีซีย์และอิบนุมาญะฮ์
7. ฉันไม่เป่าอาหารหรือเครื่องดื่ม แต่ฉันจะปล่อยให้เย็นก่อน
ในหะดีษ ที่ว่า:
"ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ห้ามไม่ให้เป่าอาหารและเครื่องดื่ม" รายงานโดย อะห์มัดและอิบนุมาญะฮ์
8. ฉันจะรับประทานอาหารพร้อมกับคนอื่น สมาชิกในครอบครัวหรือแขกผู้มาเยือน
ในหะดีษบทหนึ่ง ซึ่งมีผู้ชายคนหนึ่งกล่าวต่อท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ว่า :
พวกเรากินโดยที่พวกเราไม่อิ่ม ท่านจึงกล่าวว่า: "บางทีสูเจ้าอาจจะแยกกันกิน ดังนั้นจงรวมตัวกันเพื่อทานอาหารและเอ่ยพระนามของพระเจ้าผู้ทรงฤทธานุภาพเหนืออาหารนั้น และพระองค์จะทรงประทานความจำเริญแก่สูเจ้าในอาหารนั้น" รายงานโดย อบูดาวูด อัต-ติรมิซีย์และอิบนุมาญะฮ์
9. ฉันไม่เริ่มรับประทานอาหารก่อนคนที่มีความอาวุโสกว่า
10. ฉันเอ่ยชื่ออัลลอฮ์เมื่อดื่มน้ำ ดื่มน้ำขณะนั่งและดื่มเป็นสามครั้ง ไม่หายใจในภาชนะ
เพราะมีหะดีษ ที่ว่า:
"เมื่อผู้ใดผู้หนึ่งในหมู่พวกเจ้าดื่ม ดังนั้น จงอย่าหายใจเข้าไปในภาชนะ" รายงานโดย อัลบุคอรีย์และมุสลิม
ตามหะดีษ จากท่านอนัส เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ ว่า: “ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ไม่พอใจต่อการดื่มขณะยืน” รายงานโดย มุสลิม
และตามหะดีษ ที่ว่า: "ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม จะสูดลมหายใจ สามครั้งขณะดื่ม" รายงานโดย มุสลิม
11. เมื่อฉันรับประทานอาหารเสร็จ ฉันจะกล่าวสรรเสริญต่ออัลลอฮ์
ในหะดีษ ที่ว่า:
“แท้จริงอัลลอฮ์ทรงพอพระทัยต่อบ่าวที่รับประทานอาหารหนึ่งคำแล้วขอบคุณพระองค์ หรือดื่มน้ำหนึ่งอึกแล้วขอบคุณพระองค์” รายงานโดย มุสลิม

1. ฉันเริ่มสวมเสื้อผ้าด้วยข้างขวา และสรรเสริญต่ออัลลอฮ์ต่อความโปรดปรานนี้
จากอบูฮูรัยเราะห์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ กล่าวว่า:
ท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า: “เมื่อเจ้าแต่งกายและอาบน้ำละหมาด ให้เริ่มด้วยด้านขวาของพวกเจ้า” รายงานโดย อบูดาวูดและอะห์มัด
2. ไม่ใส่เสื่อผ้ายาวเลยตาตุ่ม
ในหะดีษ ที่ว่า:
"ส่วนของผ้าที่อยู่ต่ำกว่าข้อเท้า จะอยู่ในไฟนรก" รายงานโดย อัลบุคอรีย์ ตาตุ่ม คือกระดูกที่ยื่นออกมาทั้งสองข้างของเท้า
3. เด็กผู้ชายจะไม่ใส่ชุดของเด็กผู้หญิง และเด็กผู้หญิงก็จะไม่ใส่ชุดของเด็กผู้ชาย
ในหะดีษ ที่ว่า:
"ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้สาปแช่งผู้ชายที่แต่งกายเหมือนผู้หญิง และผู้หญิงที่แต่งกายเหมือนผู้ชาย" รายงานโดย อบูดาวูดและอะห์มัด
4. เสื้อผ้าจะต้องไม่ได้เลียนแบบผู้ปฏิเสธศรัทธาและบรรดาคนชั่ว
เพราะมีหะดีษ ที่ว่า:
"ผู้ใดที่เลียนแบบกลุ่มชนใด ดังนั้นเขาก็จะเป็นหนึ่งในกลุ่มชนนั้น" รายงานโดย อบูดาวูด
5. กล่าวพระนามของอัลลอฮ์ขณะที่ถอดเสื้อผ้า
ในหะดีษ ที่ว่า:
"สิ่งที่ปกปิดระหว่างอวัยวะเพศของลูกหลานของอาดัมและญิน คือ เมื่อคนหนึ่งในหมู่พวกเจ้าถอดเสื้อผ้าของเขาโดยกล่าว "บิสมิลลาฮ์" ความว่า ‘ด้วยพระนามของอัลลอฮ์’ " รายงานโดย อัฏ-เฏาะบะรอนีย์และอิบนุ อบีชัยบะฮ์
6. สวมรองเท้าเริ่มด้วยเท้าขวาก่อน และเวลาถอดให้เริ่มด้วยเท้าซ้าย
เพราะหะดีษ จากอุมมุลมุอ์มินีน ท่านหญิงอาอีชะฮ์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮา กล่าวว่า:
"ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม มักจะเริ่มทางขวาก่อน ทั้งเวลาที่ท่านสวมรองเท้า หวีผม ทำความสะอาดร่างกาย และกิจการงานทั้งหมดของท่าน" รายงานโดย อัล-บุคอรีย์

1. จะต้องกล่าวว่า:
بسم الله والحمد الله
คำอ่าน “บิสมิลลาฮ์ วัลหัมดุลิลลาฮ์" ความว่า "ด้วยพระนามของอัลลอฮ์ และมวลการสรรเสร็ญเป็นสิทธิแห่งอัลลอฮ์" سُبْحَانَ الَّذِي سَخَّرَ لَنَا هَذَا وَمَا كُنَّا لَهُ مُقْرِنِينَ وَإِنَّا إِلَى رَبِّنَا لَمُنقَلِبُونَ
คำอ่าน "สุบหานัลละซี สักกอรอ ละนาอะซา วะมากุนนาละฮุ มุกรินีน"
ความว่า “มหาบริสุทธิ์ผู้ทรงให้พาหนะนี้เป็นความสะดวกแก่เรา และเรานั้นไม่สามารถจะควบคุมมันได้ 13 คำอ่าน "อิลาร็อบบินา ละมุงกอลิบูน”

ความว่า "และแท้จริงเราจะต้องเป็น ผู้กลับไปสู่พระเจ้าของเราอย่างแน่นอน 14” (อัซ-ซุครุฟ : 13-14)
2. เมื่อฉันผ่านพี่น้องมุสลิมฉันจะทักทายด้วยการกล่าวสลาม

1. เดินในระดับปานกลางและนอบน้อม อัลลอฮ์ ตะอาลา ทรงตรัสว่า: ความว่า "และอย่าเดินบนแผ่นดินอย่างเย่อหยิ่ง แท้จริงเจ้าจะแยกแผ่นดินไม่ได้เลย และจะไม่บรรลุความสูงของภูเขา" [อัลอิสรออ์ : 37]
2. ฉันกล่าวสลามทักทายแก่คนที่พบเห็น
- ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ถูกถามว่า: หลักการอิสลามใดดีที่สุด? เขาพูดว่า: “การที่เจ้าให้อาหาร และกล่าวสลามต่อคนที่เจ้ารู้จักและคนที่เจ้าไม่รู้จัก” รายงานโดย อัลบุคอรีย์และมุสลิม
3. ฉันลดสายตาลงต่ำ และไม่ก่อความเดือดร้อนแก่ผู้ใด
4. ฉันกำชับใช้ให้ทำความดี และห้ามปรามเรื่องความชั่ว ในหะดีษ จากท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ที่ว่า: “ดังนั้นเจ้าจงให้สิทธิแก่ถนน” พวกเขากล่าวว่า สิทธิของถนนคืออะไร? ท่านกล่าวว่า “จงลดสายตาลงต่ำ งดเว้นจากการสร้างอันตราย จงให้สลาม จงสั่งสอนให้ทำสิ่งที่ถูกต้องและห้ามทำสิ่งที่ผิด” รายงานโดย อัลบุคอรีย์และมุสลิม
5. ขจัดสิ่งที่เป็นอันตรายออกจากทางสัญจร
ในหะดีษ ที่ว่า:
“และการขจัดสิ่งที่เป็นอันตรายออกจากถนนหนทาง คือการเศาะดะเกาะฮ์(บริจาคทาน) รายงานโดย อัลบุคอรีย์และมุสลิม

1. ฉันออกจากบ้านด้วยเท้าซ้าย พร้อมกล่าวว่า: بِسْمِ اللهِ تَوَكَّلْتُ عَلَى اللهِ وَلا حَوْلَ وَلا قُوَّةَ إِلا بِاللهِ
اللَّهُمَّ إِنِّيْ أَعُوْذُ بِكَ مِنْ أَنْ أَضِلَّ أَو أُضَلَّ أَوْ أَزِلَّ أَوْ أُزَلَّ أَوْ أَظْلِمَ أَوْ أُظْلَمَ أَوْ أَجْهَلَ أَوْ يُجْهَلَ عَلَيَّ
คำอ่าน “บิสมิลลาฮิ ตะวักกัลตุ อะลัลลอฮิ ลาเหาละ วะลากูวะตะ อิลลาบิลลาฮ์ อัลลอฮุมมะอินนี อะอูซุบิกะ มินอันอะฎิลละเอาอุฎ็อล เอาอะซิลละเอาอุซัล เอาอัซลิมะเอาอุซลัม เอาอัจญฺฮะละเอายุจญฺฮัล อะลัยยะ”
ความหมาย “ด้วยพระนามของอัลลอฮ์ ฉันขอมอบหมายต่ออัลลอฮ์ ไม่มีอำนาจและพลังใด ๆ นอกจากอัลลอฮ์ โอ้อัลลอฮ์ แท้จริงฉันขอความคุ้มครองต่อพระองค์ในการที่ฉันจะอยู่ในการหลงผิด หรือการที่ฉันจะถูกทำให้หลงผิด หรือการที่ฉันจะอยู่ในการผิดพลาด หรือการที่ฉันจะถูกทำให้ผิดพลาด หรือในการที่ฉันจะอยู่ในการกระทำที่เป็นการข่มเหง หรือการที่ฉันจะถูกข่มเหง หรือในการที่ฉันจะอยู่ในการกระทำที่เป็นการโง่เขลา หรือการที่ฉันจะถูกกระทำด้วยความโง่เขลาจากผู้อื่น”
2. เข้าบ้านด้วยเท้าขวา พร้อมกับกล่าวว่า: بِسْمِ اللَّهِ وَلَجْنَا وَبِسْمِ اللَّهِ خَرَجْنَا وَعَلَى اللَّهِ رَبِّنَا تَوَكَّلْنَا
คำอ่าน “บิสมิลลาฮิ วะลัจญฺนา วะบิสมิลลาฮิ คอร็อจญฺนา วะอะลาร็อบบินา ตะวักกัลนา”
ความหมาย “ด้วยพระนามของอัลลอฮ์ เรากลับเข้าบ้านและออกนอกบ้าน ด้วยพระนามของพระองค์ และเราได้รับมอบหมายต่ออัลลอฮ์ผู้เป็นพระผู้อภิบาลของเรา”
3. และเริ่มด้วยการแปรงฟัน ต่อจากนั้นกล่าวสลามแก่สมาชิกในครอบครัว
ในหะดีษ ที่ว่า:
"(ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม) เมื่อเข้าไปเมื่อไหร่ ท่านก็จะเริ่มด้วยสิว๊าก(การแปรงฟัน)" รายงานโดย อิบนุมาญะฮ์

1. ฉันเข้าห้องน้ำด้วยเท้าซ้าย
2. ก่อนเข้าห้องน้ำ ฉันกล่าวว่า: بِسْمِ اللهِ اللَّهُمَّ إِنِّيْ أَعُوْذُ بِكَ مِنْ الخُبُثِ وَالخَبَائِثِ
คำอ่าน “บิสมิลลาฮิ อัลลอฮุมมะ อินนี อะอูซุบิกะ มินัลกุบุษิ วัลกอบาอิษิ”
ความหมาย “ด้วยพระนามของอัลลอฮ์ โอ้อัลลอฮ์ ฉันขอความคุ้มครองต่อพระองค์ให้รอดพ้นจากชัยฏอนตัวผู้และชัยฏอนตัวเมีย”
3. ฉันไม่นำสิ่งใดที่มีการกล่าวถึงอัลลอฮ์เข้าไปในห้องน้ำ
จากอนัส เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ ได้กล่าวว่า:
"เมื่อท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม เข้าไปในห้องน้ำ ท่านจะวาง (ถอด) แหวนของท่าน" รายงานโดย อบูดาวูด อัต-ติรมิซีย์และอิบนุมาญะฮ์
4. ฉันปกปิดอย่างมิดชิดขณะถ่ายทุกข์
ในหะดีษ ที่ว่า:
"และสิ่งที่ท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม รักที่สุดในการปกปิดตัวเองเวลาทำภารกิจส่วนตัว คือ หลบหลังกำแพงหรือต้นอินทผาลัม" รายงานโดย มุสลิม
5. ฉันจะไม่พูดขณะที่อยู่ในสถานที่ถ่ายทุกข์
6. ฉันจะไม่หันหน้าและผินหลังไปทางกิบละฮ์ ขณะปัสสาวะหรืออุจจาระ
ตามหะดีษของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ที่ว่า:
"อย่าหันหน้าไปทางกิบละฮ์ขณะถ่ายอุจจาระหรือปัสสาวะ แต่ให้หันหน้าไปทางทิศตะวันออกหรือทิศตะวันตก" รายงานโดย อัลบุคอรีย์และมุสลิม
7. ฉันใช้มือซ้ายในการชำระล้าง และไม่ใช้มือขวา
เพราะมีหะดีษ ที่ว่า:
"(ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม) ห้ามเรา...ไม่ให้ชำระด้วยมือขวา" รายงานโดย มุสลิม
8. ไม่ถ่ายทุกข์บนทางสัญจร ที่พักสาธารณะ หรือที่ร่มเงา
หะดีษจากท่านอบูฮุร็อยเราะฮ์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ กล่าวว่า:
ท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า: "จงระวังอย่าเป็นผู้ถูกสาปแช่งสองประเภท" พวกเขากล่าวว่า โอ้ท่านศาสนทูตแห่งอัลลอฮ์ ผู้ถูกสาปแช่งทั้งสองประเภทนั้นหมายถึงใครหรือ? ท่านตอบว่า “ผู้ที่อุจจาระใส่ทางเดินของมนุษย์ หรือตามที่มีร่มเงาของพวกเขา" รายงานโดย มุสลิม
9. ฉันล้างมือหลังจากถ่ายทุกข์ หะดีษ ญะรีร เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ ว่า ฉันได้อยู่กับท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม แล้วท่านก็ไปในที่ไม่มีผู้คนอยู่ จากนั้นท่านก็ทำภารกิจส่วนตัว แล้วกล่าวว่า: “โอ้ ญะรีร โปรดนำสิ่งที่สะอาดมาด้วย”
ฉันก็เลยเอาน้ำไปให้ท่าน ดังนั้นท่านจึงชำระด้วยน้ำและบอกว่า ด้วยมือของเขา แล้วเขาก็ถูพื้นดินด้วย" รายงานโดย อัน-นะซาอีย์
10. ฉันออกจากห้องน้ำด้วยเท้าขวา พร้อมกล่าวว่า:
غُفْرَانَك
คำอ่าน “ฆุฟรอนะกะ”
ความหมาย “ข้าพระองค์ขออภัยโทษต่อพระองค์”

1. เข้ามัสยิดด้วยเท้าขวา พร้อมกล่าวว่า: بسم الله اللّهُـمَّ افْتَـحْ لِي أَبْوَابَ رَحْمَتـِكَ
คำอ่าน “บิสมิลลาฮิ อัลลอฮุมมัฟตะลี อับบะวาบะ เราะมะติกะ”
ความหมาย “ด้วยพระนามของอัลลอฮ์ โอ้อัลลอฮ์ โปรดเปิดประตูแห่งความเมตตาของพระองค์ให้แก่ฉันด้วยเถิด”
2. ฉันจะไม่นั่งจนกว่าจะละหมาด 2 ร็อกอะฮ์
เพราะมีหะดีษ ที่ว่า:
“เมื่อคนหนึ่งคนใดจากพวกเจ้าได้เข้ามัสญิด อย่าได้นั่งจนกว่าจะละหมาดสองร็อกอะฮ์” รายงานโดย อัลบุคอรีย์และมุสลิม
3. ฉันไม่เดินผ่านหน้าผู้ละหมาด ไม่ประกาศหาของหาย และไม่ซื้อขายในมัสยิด ท่านนบีมุฮัมมัด อลัยฮิศเศาะลาตุวัสสลาม ได้กล่าวว่า: “หากผู้ที่ชอบเดินผ่านระหว่างผู้ละหมาดรู้ว่ามันมีโทษอย่างไร เขาย่อมตัดสินใจหยุดไม่ยอมเดินผ่านผู้ละหมาด แม้จะต้องรอนานถึงสี่สิบ (อาจเป็นนาที/ชั่วโมง/วัน/เดือนหรือปี) ดีกว่าการตัดสินใจที่จะเดินผ่านผู้ละหมาดไป" รายงานโดย อัลบุคอรีย์และมุสลิม
และคำกล่าวของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ที่ว่า: "ผู้ใดที่ได้ยินชายคนหนึ่งคนใดที่ถามหาสัตว์ที่พลัดหลงในมัสยิด เขาก็จงกล่าวแก่ชายผู้นั้นว่า ขอให้อัลลอฮ์จงอย่าคืนสัตว์ตัวนั้นให้กับท่านเถิด เพราะแท้จริงแล้วมัสยิดนั้นไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อเป้าหมายนี้" รายงานโดย มุสลิม
และในหะดีษ ที่ว่า: “หากเจ้าเห็นคนขายหรือซื้อในมัสยิด จงกล่าวว่า ขอพระเจ้าอย่าทำให้เจ้าได้กำไรจากธุรกิจของเจ้า”
รายงานโดย อัต-ติรมีซีย์และอัดดาริมีย์
4. ฉันควรตระหนักให้มัสยิดสะอาดอยู่เสมอ
ในหะดีษจาก อุมมุลมุอ์มินีน อาอิชะฮ์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮา กล่าวว่า:
"ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม สั่งให้สร้างมัสยิด และให้ทำความสะอาดและฉีดน้ำหอม" รายงานโดย อัตติรมิซีย์ อบูดาวูดและอะห์มัด
4. เดินออกจากมัสยิดด้วยเท้าซ้าย พร้อมกับกล่าวว่า: اللّهُـمَّ إِنّـي أَسْأَلُكَ مِـنْ فَضْـلِكَ
คำอ่าน “อัลลอฮุมมะ อินนี อัสอะลุกะ มินฟัฎลิกะ”
ความหมาย “โอ้อัลลอฮ์ แท้จริงฉันขอต่อพระองค์ซึ่งส่วนหนึ่งของความโปรดปรานของพระองค์"

คำตอบ :
1. เมื่อฉันพบพี่น้องมุสลิม ฉันเริ่มด้วยการกล่าวทักทายว่า:
السَّلامُ عَلَيْكُمْ وَرَحْـمَةُ الله وبركاته
คำอ่าน “อัสลามุอะลัยกุม วะเราะมะตุลลอฮิ วะบะรอกาตุฮฺ”
ความหมาย “ขอความสันติสุข ความเมตตาของอัลลอฮ์และความสิริมงคลของพระองค์จงประสบแด่ท่าน”
จะไม่เริ่มกล่าวทักทายสิ่งใดอื่นจากสลาม และไม่ส่งสัญญาณมือเพียงอย่างเดียว
2. ฉันให้สลามด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม ในหะดีษ ที่ว่า: “เจ้าอย่าได้ด้อยค่าความดีใดๆ แม้ว่าเจ้าจะพบปะกับพี่น้องของเจ้าด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้มก็ตาม” รายงานโดย มุสลิม
3. ให้สลามด้วยกับมือขวา
4. เมื่อมีคนได้ให้สลามทักทายฉัน ฉันตอบรับสลามด้วยสำนวนที่ดีกว่า หรือเหมือนกับที่เขากล่าวสลามมา
เนื่องจากอัลลอฮ์ ตะอาลา ได้ตรัสไว้ว่า:
ความว่า "และเมื่อพวกเจ้าได้รับคำอวยพรจะด้วยคำอวยพรใด ๆ ก็ตาม ก็จงกล่าวคำอวยพรตอบที่ดีกว่านั้น หรือไม่ก็กล่าวคำอวยพรนั้นตอบกลับไป แท้จริงอัลลอฮ์ทรงคำนวณนับในทุกสิ่งทุกอย่าง" [อัน-นิสาอ์ : 86]
5. ฉันไม่เริ่มเป็นฝ่ายกล่าวสลามแก่ผู้ปฏิเสธ และหากเขาเป็นฝ่ายให้สลามก่อน ฉันจะตอบว่า "วะอะลัยกุม"
เพราะมีหะดีษ ที่ว่า:
“อย่าทักทายชาวยิวหรือคริสเตียนด้วยการให้สลาม” รายงานโดย มุสลิม
6. เด็กจะให้สลามแก่ผู้ใหญ่ ผู้ที่ขับขี่พาหนะให้สลามแก่ผู้ที่เดิน ผู้ที่เดินให้สลามแก่ผู้ที่นั่ง คนจำนวนน้อยให้สลามแก่คนจำนวนมาก ท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้กล่าวว่า: "ผู้ที่ขับขี่ยานพาหนะควรให้สลามแก่ผู้ที่เดินเท้า ผู้ที่เดินเท้าควรให้สลามแก่ผู้ที่นั่ง และกลุ่มคนที่น้อยกว่าควรให้สลามแก่กลุ่มคนที่มากกว่า" รายงานโดย อัลบุคอรีย์และมุสลิม
7. อย่าจับมือกับผู้หญิงที่ไม่ใช่มะห์รอม
ในหะดีษจาก อุมมุลมุอ์มินีน อาอิชะฮ์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮา กล่าวว่า:
“เปล่าเลย ขอสาบานด้วยพระเจ้า มือของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ไม่เคยสัมผัสมือของผู้หญิงเลย” รายงานโดย อัลบุคอรีย์และมุสลิม

คำตอบ :
1. ขออนุญาตก่อนที่จะเข้าไปยังสถานที่ต่าง ๆ
2. ฉันขออนุญาต 3 ครั้ง และไม่ขอมากกว่านั้น และหลังจากนั้นจะต้องกลับไป
ในหะดีษ ที่ว่า:
"หากผู้ใดขออนุญาตสามครั้งแล้วไม่ได้รับการอนุญาต ก็ให้เขากลับไป" รายงานโดย อัลบุคอรีย์และมุสลิม
3. เคาะประตูเบา ๆ ไม่ยืนรอตรงกลางประตู ทว่ายืนทางด้านขวาหรือด้านซ้าย เพราะมีหะดีษ ที่ว่า: "เมื่อท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม มาถึงประตูของผู้คน เขาไม่หันหน้าไปทางประตูโดยตรง แต่จะมองจากมุมขวาหรือซ้ายของประตูแล้วกล่าว "อัสสลามุอะลัยกุม อัสสลามุอะลัยกุม" ความว่า: สันติสุขจงมีแด่พวกเจ้า สันติสุขจงมีแด่พวกเจ้า" รายงานโดย อบูดาวูด
4. ฉันจะไม่เข้าไปในห้องของคุณพ่อ คุณแม่ หรือคนใดก่อนได้รับอนุญาต โดยเฉพาะช่วงเวลาก่อนศุบฮิ ช่วงนอนหลังซุฮ์ริ และหลังอิชาอ์
เนื่องจากอัลลอฮ์ ตะอาลา ได้ตรัสไว้ว่า:
ความว่า "โอ้บรรดาผู้ศรัทธาเอ๋ย จงให้บรรดาผู้ที่มือขวาของพวกเจ้าครอบครองและบรรดาผู้ที่ยังไม่บรรลุศาสนภาวะในหมู่พวกเจ้า ขออนุญาตพวกเจ้าสามเวลาคือ ก่อนเวลาละหมาดฟัจญ์ริ และเวลาพวกเจ้าเปลื้องเสื้อผ้าในเวลากลางวัน และหลังจากเวลาละหมาดอิชาอ์ ทั้งสามนี้เป็นเวลาส่วนตัวสำหรับพวกเจ้า หลังจากนี้แล้วไม่เป็นที่น่าตำหนิแก่พวกเจ้าและแก่พวกเขา เพราะพวกเขาวนเวียนรับใช้บางคนในหมู่พวกเจ้า เช่นนั้นแหละอัลลอฮ์ทรงชี้แจงโองการทั้งหลายให้เป็นที่ชัดแจ้งแก่พวกเจ้า และอัลลอฮ์เป็นผู้ทรงรอบรู้ ผู้ทรงปรีชาญาณ" [อันนูร : 58]
5. ไม่ต้องขออนุญาตในการเข้าไปยังสถานที่ต่าง ๆ ที่ไม่ใช่ที่อยู่อาศัย เช่น โรงพยาบาล ร้านค้า
อัลลอฮ์ ตะอาลา ทรงตรัสไว้ว่า:
ความว่า "ไม่ถือเป็นความผิดแก่พวกเจ้าที่จะเข้าไปในสถานที่ใดที่มิใช่เป็นที่พักอาศัยซึ่ง ณ ที่นั้นมีสิ่งที่เป็นประโยชน์แก่พวกเจ้า และอัลลอฮ์ทรงรู้ดีสิ่งที่พวกเจ้าเปิดเผยและสิ่งที่พวกเจ้าปกปิด" [อันนูร : 29]

คำตอบ :
1. จะต้องให้อาหารและน้ำดื่มแก่สัตว์
ในหะดีษ ที่ว่า:
พวกเขากล่าวว่า"โอ้ท่านศาสนทูตของอัลลอฮ์ แล้วพวกเราจะได้รับผลบุญจาก(การทำดีต่อ)สัตว์หรือไม่?" ท่านกล่าวว่า: "(การทำดี)ในทุกชีวิตที่มีลมหายใจนั้นมีผลบุญ." รายงานโดย อัลบุคอรีย์และมุสลิม
- ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้ผ่านอูฐตัวหนึ่งซึ่งหลังของมันติดกับท้องของมัน (เนื่องจากความผอมแห้ง) แล้วท่านก็กล่าวว่า: "จงยำเกรงพระเจ้าเกี่ยวกับสัตว์เหล่านี้เถิด” รายงานโดย อบูดาวูด
2. จะต้องเมตตาและสงสารสัตว์ และไม่ใช้งานมันจนเกินความสามารถ
ในหะดีษ ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า:
"ใครเป็นเจ้าของอูฐตัวนี้? อูฐตัวนี้เป็นของใคร?" แล้วมีชายหนุ่มจากกลุ่มชาวอันศอรเข้ามาและกล่าวว่า: "เป็นของฉันเอง โอ้ท่านศาสนทูตแห่งอัลลอฮ์" ท่านจึงกล่าวว่า: "เจ้าจะไม่เกรงกลัวอัลลอฮ์ต่อสัตว์นี้ที่พระองค์ทรงมอบให้แก่เจ้าหรือ? แท้จริงมันได้มาร้องทุกข์ต่อฉันว่าเจ้าทำให้มันหิวและใช้งานมันอย่างหนัก" รายงานโดย อบูดาวูดและอะห์มัด ตุดะอ์บะหุ : คือทำให้มันเหนื่อยล้า
3. ฉันไม่ทรมานสัตว์ ไม่ว่าจะด้วยกับวิธีการใด ๆ ก็ตาม
ในหะดีษ จากญาบิร เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ ซึ่งท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้เดินผ่านลาตัวหนึ่งที่ได้ถูกทำสัญลักษณ์ไว้บนหน้ามัน แล้วท่านก็กล่าวว่า:
"พวกท่านยังไม่ได้รับรู้หรือว่าฉันได้สาปแช่งผู้ที่ตีตราสัตว์ที่ใบหน้าหรือผู้ที่ตีมันที่ใบหน้า?" แล้วท่านก็ห้ามการกระทำเช่นนั้น รายงานโดย มุสลิมและอบูดาวูด และตัวบทหะดีษนี้เป็นของอบูดาวูด

1. ฉันตั้งเจตนาออกกำลังกายเพื่อให้มีพละกำลังในการปฏิบัติตามคำบัญชาของอัลลอฮ์และความพอพระทัยของพระองค์
2. เราจะไม่เล่นในเวลาละหมาด
อัลลอฮ์ ตะอาลา ทรงตรัสไว้ว่า:
ความว่า "ดังนั้น ความหายนะจงมีแด่บรรดาผู้ทำละหมาด* ผู้ที่พวกเขาละเลยต่อการละหมาดของพวกเขา" (อัลมาอูน : 4-5)
3. เด็กผู้ชายจะไม่แข่งขันกีฬาร่วมกับเด็กผู้หญิง
4. ฉันใส่ชุดกีฬาที่ปกปิดเอาเราะฮ์
5. หลีกห่างจากกีฬาที่ต้องห้าม (หะรอม) เช่น กีฬาที่มีการตบตีใบหน้า หรือเปิดเอาเราะฮ์
ในหะดีษ ที่ว่า: "ถ้าผู้ใดทะเลาะกับพี่น้องของตน ก็ให้เขาเลี่ยงการเผชิญหน้า" รายงานโดย มุสลิม

1. หยอกล้อด้วยความสัจจริง และไม่โกหก
ในหะดีษ ที่ว่า:
"ความหายนะจงประสบแก่ผู้ที่พูดแล้วเขาก็โกหก เพื่อให้หมู่ชนหัวเราะ ความหายนะจงประสบแก่เขา แล้วก็ความหายนะจงประสบแก่เขา" รายงานโดย อบูดาวูด อะห์มัดและอัต-ติรมิซีย์
2. การหยอกล้อต้องปราศจากการด้อยค่า ล้อเลียน ก่อความเดือดร้อน และทำให้เกิดความสะพรึงกลัว
ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า:
"ไม่อนุญาตให้มุสลิมสร้างความหวาดกลัวแก่พี่น้องมุสลิมด้วยกัน" รายงานโดย อบูดาวูดและอะห์มัด
3. ไม่หยอกล้อมากเกินไป
ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า:
"เจ้าจงอย่าหัวเราะมาก เพราะการหัวเราะมาก ๆ ทำให้หัวใจตายด้าน" บันทึกโดย อัตติรมีซีย์และอิบนุมาญะฮ์

คำตอบ :
1. ขณะจามให้ปิดด้วยมือ ผ้า หรือกระดาษเช็ดหน้า
2. หลังจากจามให้กล่าวสรรเสริญต่ออัลลอฮ์ว่า :
الحمد لله
คำอ่าน “อัลหัมดุลิลลาฮฺ”
ความหมาย “การสรรเสริญทั้งมวลเป็นกรรมสิทธิ์ของอัลลอฮ์”
3. พี่น้องหรือเพื่อนที่อยู่ต่อหน้าจะต้องกล่าวแก่เขาว่า
يَرْحَمُك اللهُ
คำอ่าน “ยัรหะมุกัลลอฮฺ”
ความหมาย “ขออัลลอฮ์ทรงเมตตาท่านด้วย”
เมื่อเขาได้กล่าวเช่นนั้นแล้ว คนที่จามจะกล่าวตอบว่า :
يَهْدِيْكُمُ اللهُ وَيُصْلِحُ بَالَكُمْ
คำอ่าน “ยะฮฺดีกุมุลลอฮฺ วะยุศลิหุ บาละกุม”
ความหมาย “ขออัลลอฮ์ทรงชี้ทางแก่ท่าน และให้สภาพของท่านดีขึ้น”

1. พยายามหักห้ามการหาว
ในหะดีษ ที่ว่า:
"การหาวนั้นมาจากชัยฏอน ดังนั้นจงต้านมันให้สุดความสามารถ" รายงานโดย อัลบุคอรีย์และมุสลิม
2. ไม่หาวเสียงดัง
ในหะดีษ ที่ว่า:
"(เมื่อเขาหาวออกมา) และอย่าพูดว่า: "อ๊ะ อ๊ะ" เพราะแท้จริงเมื่อผู้ใดอ้าปากของเขา แท้จริงชัยฏอนจะหัวเราะเยาะเขา" รายงานโดย อะห์มัด
3. เอามือปิดปาก
ในหะดีษ ที่ว่า:
"เมื่อผู้ใดในหมู่พวกท่านหาว จงเอามือปิดปากของเขาไว้ เพราะแท้จริงชัยฏอนจะเข้าสู่เขา" รายงานโดย มุสลิม

คำตอบ :
1. อ่านในสภาพที่สะอาดหลังจากอาบน้ำละหมาด
2. นั่งอย่างมีมารยาทและสงบ
3. เริ่มต้นการอ่านด้วยการขอความคุ้มครองต่ออัลลอฮ์ให้รอดพ้นจากชัยฏอนมารร้าย
อัลลอฮ์ ตะอาลา ทรงตรัสว่า :
ความว่า "ดังนั้น เมื่อเจ้าอ่านอัลกุรอาน ก็จงขอความคุ้มครองต่ออัลลอฮ์ให้พ้นจากชัยตอนที่ถูกสาปแช่ง" [อันนะห์ลุ : 98]
4. อ่านด้วยความใคร่ครวญ
อัลลอฮ์ ตะอาลา ทรงตรัสว่า:
ความว่า "แล้วพวกเขามิได้ใคร่ครวญอัลกุรอานดอกหรือ? หรือว่าบนหัวใจของพวกเขามีกุญแจหลายดอกลั่นอยู่?" (มุฮัมมัด : 24)
*******

ตอบ: 1. เริ่มต้นด้วยการขอบพระคุณพระเจ้าและสรรเสริญพระองค์
2. การกล่าวเศาะละวาตแก่ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม (การกล่าวคำขอพรแก่ท่านเราะซูลและวงศาคณาญาติของท่าน)
ในหะดีษ จากท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ที่ว่า: “เมื่อเจ้าละหมาดแล้วนั่งลง ก็จงสรรเสริญอัลลอฮ์ตามที่พระองค์ทรงสมควรได้รับ และจงกล่าวศอลาวาตแก่ฉัน จากนั้นจึงขอดุอาอ์เถิด” รายงานโดย อัตติรมีซีย์
3. การยกมือระหว่างการขอดุอาอ์
ท่านเราะสูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า:
"แท้จริงพระเจ้าของพวกท่าน ผู้ทรงจำเริญและทรงสูงส่งนั้น เป็นผู้มีความละอายและทรงเอื้อเฟื้อ พระองค์ทรงละอายต่อบ่าวของพระองค์ เมื่อเขายกมือขึ้นขอต่อพระองค์ แล้วพระองค์จะทรงปล่อยให้มือทั้งสองกลับไปเปล่าเปลือย" รายงานโดย อัตติรมิซีย์และอบูดาวูด
4. การกลับใจและสารภาพบาป
ในดุอาอ์ของนบีมูซา อะลัยฮิสสลาม:
ความว่า "เขากล่าวว่า ข้าแต่พระเจ้าของข้าพระองค์ แท้จริงข้าพระองค์ได้อธรรมต่อตนเอง ดังนั้นขอพระองค์ทรงอภัยให้แก่ข้าพระองค์ด้วย แล้วพระองค์ก็ได้อภัยให้เขา แท้จริงพระองค์เป็นผู้ทรงอภัย ผู้ทรงเมตตาเสมอ" (อัลเกาะศ็อศ : 16)
5. การยืนกรานในการวิงวอนขอ หมายถึงการเพิ่มการวิงวอนขอให้มากขึ้น และขอซ้ำๆ
6. อย่ารีบเร่งในการตอบรับ
7. อย่าวิงวอนสิ่งที่เป็นบาปหรือตัดความสัมพันธ์ทางเครือญาติ
ในหะดีษ ที่ว่า:
"การตอบรับดุอาอ์แก่บ่าวคนหนึ่งนั้นจะคงอยู่ ตราบเท่าที่เขาไม่ขอในสิ่งที่เป็นบาป และการตัดขาดเครือญาติ ไม่รีบเร่ง มีเสียงกล่าวว่า โอ้ท่านศาสนทูตแห่งอัลลอฮ์ การรีบเร่งนั้นหมายถึงอะไร? ท่านกล่าวว่า เขากล่าวว่า ฉันวิงวอนแล้ว และฉันวิงวอนโดยแท้แล้ว แต่ฉันไม่เห็นพระองค์ตอบรับฉัน จากนั้นเขาก็เศร้าโศกและหยุดขอการวิงวอน" รายงานโดย อัลบุคอรีย์และมุสลิม
8. ลดเสียงในระหว่างการวิงวอนขอ
อัลลอฮ์ ตะอาลา ทรงตรัสไว้ว่า:
ความว่า "พวกเจ้าจงวิงวอนต่อพระเจ้าของพวกเจ้าในสภาพถ่อมตนและปกปิด" [อัลอะอ์รอฟ : 55]
9. การใช้ใจในระหว่างการวิงวอนขอ
ในหะดีษ ที่ว่า:
"จงวิงวอนต่อพระเจ้าในขณะที่เจ้ามั่นใจในคำตอบ และรู้ว่าพระเจ้าไม่ตอบรับคำวิงวอนจากใจที่เผลอสติและเหลวไหล" รายงานโดย อัต-ติรมิซีย์
10. ความบริสุทธิ์ใจต่อพระเจ้าผู้ทรงฤทธานุภาพและขอพระเจ้าเพียงผู้เดียวทั้งในยามที่ประสบความยากลำบาก และยามที่เจริญรุ่งเรือง
อัลลอฮ์ ตะอาลา ทรงตรัสไว้ว่า:
ความว่า "และว่าแท้จริงบรรดามัสยิดนั้นเป็นของอัลลอฮ์ ดังนั้น พวกเจ้าอย่าวิงวอนขอผู้ใดเคียงคู่กับอัลลอฮ์" [ญิน : 18]
11. วิงวอนต่อพระเจ้าด้วยพระนามและคุณลักษณะอันงดงามของพระองค์
อัลลอฮ์ ตะอาลา ทรงตรัสไว้ว่า:
ความว่า "และอัลลอฮ์นั้นมีบรรดาพระนามอันสวยงาม ดังนั้นพวกเจ้าจงเรียกหาพระองค์ด้วยพระนามเหล่านั้นเถิด" [อัลอะอ์รอฟ : 180]
12. ผินหน้าทางกิบละฮ์ ในหะดีษ ที่ว่า: "เขายังคงร้องเรียกพระเจ้าของเขาต่อไป โดยยื่นมือไปทางกิบละฮ์ จนกระทั่งเสื้อคลุมของเขาหลุดออกจากไหล่ของเขา" รายงานโดย มุสลิม
13. อาหารดี และเสื้อผ้าดี ในหะดีษ ที่ว่า: "แล้วท่านได้กล่าวถึงชายคนหนึ่งซึ่งเดินทางมานานแล้ว ตัวไม่เรียบร้อยและมีฝุ่นติดตัว ชูมือขึ้นยังฟ้าว่า ข้าแต่พระเจ้า ข้าแต่พระเจ้า โดยที่อาหารของเขาเป็นที่ถูกห้าม เครื่องดื่มของเขาก็เป็นที่ถูกห้าม เสื้อผ้าของเขาก็เป็นที่ถูกห้าม และเขาก็ถูกห้าม และเลี้ยงด้วยอาหารที่ต้องห้าม การดุอาอ์ของเขาจะถูกตอบรับได้อย่างไร?" รายงานโดย มุสลิม